ส.อ.ท. ชู “Thailand Pragmatic Energy Transition” เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันอุตสาหกรรมไทย

24 ตุลาคม 2569 22.27 น.
อ่าน 81 ครั้ง
 
สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้าผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยให้สอดรับกับบริบทและความพร้อมของประเทศ ภายใต้แนวคิด “Thailand Pragmatic Energy Transition” มุ่งสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนที่แข่งขันได้ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้เข้าถึงพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ผ่านการจัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symposium 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 21
 
 
 
 
สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดงาน Energy Symposium 2026 ภายใต้หัวข้อ “Thailand Pragmatic Energy Transition พลังงานยุคใหม่ ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การแข่งขันโลกอย่างยั่งยืน” ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม ชั้น L โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางพลังงานของประเทศ นโยบายและเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย
 
 
 
 
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของราคาพลังงาน ซึ่งล้วนส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมยังต้องเร่งปรับตัวสู่การใช้พลังงานสะอาดเพื่อรองรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศ ในปี ค.ศ. 2050
 
ดังนั้น โจทย์สำคัญของประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดให้เร็วที่สุด แต่ต้องเป็นการเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยคำนึงถึงความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนที่ภาคธุรกิจสามารถแข่งขันได้ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริงและไม่เพิ่มภาระให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทย
 
แนวคิด “Thailand Pragmatic Energy Transition” จึงมุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรมสอดคล้องกับความพร้อมและศักยภาพของประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้อย่างทั่วถึง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โดยสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “The New Chapter of Thai Industry” และยุทธศาสตร์ 5I ของ ส.อ.ท. โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม (Industrial Infrastructure Reform) และการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง (Inclusive Sustainability)
 
การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การพัฒนาแผนพลังงานของประเทศ การพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ไปจนถึงการส่งเสริมพลังงานสะอาดและปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบพลังงาน ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงพลังงานทางเลือก และสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
 
 
 
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงานฯ ในหัวข้อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานในทางปฏิบัติ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย โดยระบุว่า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP2026) มุ่งกำหนดทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานจากทุกภาคส่วน และลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน
 
ขณะเดียวกัน สำหรับการใช้พลังงานฟอสซิล จะนำเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) มาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนด
 
ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน ภาครัฐได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ควบคู่กับการส่งเสริมศักยภาพด้านพลังงานภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า อาทิ การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ E20 และ B20 โดยอาศัยศักยภาพของภาคเกษตรกรรมไทย ทั้งอ้อยและน้ำตาล มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน มาต่อยอดสู่การผลิตพลังงานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคอุตสาหกรรม
 
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคขนส่ง ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย อันจะช่วยสนับสนุนทั้งด้านพลังงานและการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศในระยะยาว
 
สำหรับแนวทางดำเนินงานสำคัญเพื่อยกระดับระบบพลังงานไทย ประกอบด้วยการรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งกำหนดเกณฑ์ให้ Data Center แห่งใหม่เริ่มต้นใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วน 30% พร้อมตั้งเป้าหมายพัฒนาศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วง 10 ปีแรกของแผน PDP 2026 ไว้ที่ 28,000 เมกะวัตต์ (MW) ควบคู่กับการส่งเสริมกลไก Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) หรือการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น
 
ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี Small Modular Reactor (SMR) มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสนับสนุนการผลิตพลังงานคาร์บอนต่ำและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีบทบาทสำคัญในการดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ผ่านการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) การลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) และการเปิดให้บุคคลที่สามสามารถใช้ระบบสายส่งไฟฟ้าได้ (Third Party Access: TPA)
 
นอกจากนี้ ในระยะต่อไป จะมีการส่งเสริมรูปแบบการจัดหาและซื้อขายพลังงานที่หลากหลายมากขึ้น ทั้ง Independent Power Supply, Direct PPA และ Private PPA เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงพลังงานสะอาดให้แก่นิคมอุตสาหกรรมและภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะยาว
 
 
 
 
ภายในงานยังมีเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับทิศทางพลังงานไทย การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมต่อกติกาการค้าและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
 
นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนที่นำเสนอโซลูชั่นด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดองค์ความรู้สู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม
 
 
 
 
การจัดงาน Energy Symposium 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายพลังงานของประเทศเข้ากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนที่เหมาะสมและแข่งขันได้ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก
- Advertisement -
- Advertisement -

RELATED

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Lasted

  • เริ่มแล้ว! ‘วันอาทิตย์ by GULF1’ ยกโซลูชันโซลาร์บ้านครบวงจร บุกงานบ้านและสวนแฟร์ วันนี้ - 1 พ.ย. 69
    24 ต.ค. 2569 22.56 น.
  • กลุ่ม ปตท. น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    24 ต.ค. 2569 22.50 น.
  • “นรินทร์ เผ่าวณิช” ผู้ว่าการ กฟผ. คว้าสุดยอด CEO รัฐวิสาหกิจด้าน ESG ตอกย้ำผู้นำพลังงานเพื่อความยั่งยืน
    24 ต.ค. 2569 22.43 น.
  • ปตท. คว้า 2 รางวัลเกียรติยศ คณะกรรมการบริหารแห่งปี และสุดยอดซีอีโอรัฐวิสาหกิจ จากเวที CEO Econmass Awards 2026
    24 ต.ค. 2569 22.36 น.
  • ส.อ.ท. ชู “Thailand Pragmatic Energy Transition” เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันอุตสาหกรรมไทย
    24 ต.ค. 2569 22.27 น.

Most Viewed

  • EGCO Group Fully Moves Forward, Allocating over 150-billion-baht budget within 5 years
    04 มี.ค. 2564 18.32 น.
  • "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี
    20 มิ.ย. 2566 21.47 น.
  • 54 ปี กฟผ. เดินหน้าผลิตไฟฟ้าสีเขียว รุกขยายโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน
    01 พ.ค. 2566 09.50 น.
  • ‘ผลิต-ไฟฟ้าลาว’ มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น รับดีมานด์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่ม
    03 พ.ค. 2566 13.56 น.
  • แม่ฮ่องสอน..สู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียว ชู "โซลาร์ฟาร์มสมาร์ทกริด" พร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ววันนี้
    25 พ.ค. 2566 17.14 น.