กองทรัสต์ WHART ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ (Logistics Infrastructure) เดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าลงทุนใน “WGCL” ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท ชูสินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี เสริมความมั่นคงของกระแสรายได้และกระจายฐานผู้เช่าสู่อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท ตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำด้าน Logistics Infrastructure พร้อมสร้างโอกาสรับผลตอบแทนระยะยาว เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 - 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย. - 1 ต.ค. 2569 นี้

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) “WHA Group” เปิดเผยในฐานะผู้สนับสนุนกองทรัสต์ (Sponsor) และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เชื่อมโยงภาคการผลิต การค้า และการลงทุนของประเทศไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนรูปแบบการค้าและการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนส่งผลให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเติบโตอย่างต่อเนื่อง
WHA Group มีความพร้อมในการรองรับโอกาสดังกล่าว ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ในการพัฒนาโครงการโลจิสติกส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้า ผสานกับจุดแข็งของระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยง 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน ดิจิทัลโซลูชัน และธุรกิจโมบิลิตี้ ทำให้บริษัทสามารถนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการเติบโตของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
นอกจากนี้ WHA Group ยังมีความได้เปรียบจากการพัฒนาโครงการบนทำเลยุทธศาสตร์ ด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่บางนา–ตราด และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเชื่อมโยงฐานการผลิต ท่าเรือ สนามบิน และโครงข่ายคมนาคมหลักทำให้ บริษัทสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ภาคการผลิต เคมีภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีก ไปจนถึงอีคอมเมิร์ซ และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำ สะท้อนบทบาทของ WHA Group ในฐานะผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทานของประเทศ

ในฐานะ Sponsor และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ WHA Group พร้อมสนับสนุนการเติบโตของกองทรัสต์ WHART อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาและนำเสนอสินทรัพย์คุณภาพเข้าสู่กองทรัสต์ เพื่อยกระดับศักยภาพและสร้างความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ตการลงทุน โดยการนำเสนอโครงการ ดับบลิวจีซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล ดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์ (WGCL IDC) ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง WHA Group และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนความสามารถของ WHA Group ในการพัฒนาสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม พร้อมต่อยอดสินทรัพย์ในระบบนิเวศของกลุ่มไปสู่การสร้างมูลค่าให้แก่กองทรัสต์ และผู้ถือหน่วยทรัสต์ในระยะยาว

“WHA Group มองว่าการพัฒนา Logistics Infrastructure ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างพื้นที่คลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้า แต่คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยเชื่อมโยงภาคธุรกิจ และสนับสนุนให้ห่วงโซ่อุปทานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำเสนอ WGCL IDC ให้แก่กองทรัสต์ WHART จึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการเติบโตร่วมกันระหว่าง WHA Group และ WHART ผ่านการส่งต่อสินทรัพย์คุณภาพเข้าสู่กองทรัสต์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตและสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวจรีพร กล่าว

นายศุภศิษย์ สิทธเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ WHART เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้าในประเทศยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดรับการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการเติบโตของธุรกิจ E-commerce ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อรูปแบบการบริโภคและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่โลจิสติกส์ และศูนย์กระจายสินค้าคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อศักยภาพการเติบโตของกองทรัสต์ WHART ในระยะยาว โดย WHART มุ่งเน้นการลงทุนในทรัพย์สินด้านโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพ ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอ พร้อมสนับสนุนการสร้างรายได้ และกระแสเงินสดที่มีความสม่ำเสมอในระยะยาว
ล่าสุดกองทรัสต์ WHART เตรียมเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนเพิ่มเข้าลงทุนในโครงการ WGCL IDC มูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทรัพย์สินคุณภาพ ที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตของกองทรัสต์ WHART ด้วยการเป็น ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลประเภท Built-to-Suit คุณภาพสูง สำหรับรองรับความต้องการ เฉพาะของผู้เช่า ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ สะท้อนกลยุทธ์การลงทุนของ WHART ที่มุ่งเน้นคัดเลือกทรัพย์สินที่มีคุณภาพสูง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกองทรัสต์ในระยะยาว

โครงการ WGCL IDC มีพื้นที่รวมประมาณ 99,390 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์พื้นที่ EEC มาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานอุตสาหกรรมและปิโตรเคมีที่สำคัญของประเทศ อีกทั้งยังมีสัญญาเช่าระยะยาวถึง 30 ปี กับผู้เช่าซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำ สะท้อนถึงศักยภาพของทรัพย์สิน ในการสร้างรายได้จากค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความชัดเจนของรายได้ระยะยาวให้กับกองทรัสต์ ดังนั้นการมี WGCL IDC เข้ามาในพอร์ตจึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มขนาดทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังเป็นการขยายฐานทรัพย์สินไปสู่อุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ตั้งแต่ภาคการผลิต การจัดเก็บสินค้า ไปจนถึงการกระจายสินค้า
การลงทุนใน WGCL IDC ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกองทรัสต์ WHART เพราะนอกจากจะได้สินทรัพย์ Built-to-Suit คุณภาพสูงบนทำเลยุทธศาสตร์แล้ว ยังมีสัญญาเช่าระยะยาวถึง 30 ปีแล้ว ซึ่งจะช่วยสร้างความชัดเจนและเสถียรภาพของกระแสรายได้ในระยะยาว และถือเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของกองทรัสต์อย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญ การเข้าลงทุนดังกล่าวยังตอกย้ำบทบาทของกองทรัสต์ WHART ในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ “Logistics Infrastructure” ที่มีช่วยสนับสนุนการเติบโต ของภาคอุตสาหกรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ถือเป็นกลไกสำคัญของระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะในยุคการเติบโตของ E-Commerce ส่งผลให้ทรัพย์สินของกองทรัสต์รองรับ Real Demand หรือความต้องการเช่าจากการใช้งานจริงที่แข็งแกร่ง และสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้และกระแสเงินสดชัดเจน ในระยะยาว ที่พร้อมสร้างประโยชน์ตอบแทนที่สม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่จากการเข้าลงทุนใน WGCL IDC แล้วเสร็จ WHART จะมีพื้นที่เช่าภายใต้ การบริหารมากกว่า 2 ล้านตารางเมตร และมูลค่าทรัพย์สินรวมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 56,000 ล้านบาท จากการเข้าลงทุนสินทรัพย์ใหม่มูลค่าไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท โดยทรัพย์สินทั้งหมดของ WHART ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศ อาทิ โซนบางนา-ตราด, เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ซึ่งล้วนเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงและมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับด้านคมนาคมขนส่งครอบคลุม

ด้าน นายสาวิตร ศรีศรันยพงศ์ ผู้บริหารกลุ่มงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า ในด้านภาวะตลาด ภาวะการลงทุนในประเทศไทยยังคงเอื้อต่อการลงทุนใน REIT โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำและมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ REIT กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาว หรือ Yield Spread ยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจ สะท้อนให้เห็นว่า REIT ยังคงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่มองหากระแสรายได้จากการลงทุนในระยะยาว
แม้ราคาหน่วยทรัสต์ในตลาดรองอาจมีความผันผวนตามภาวะตลาดและความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยทั้งในและต่างประเทศ แต่ปัจจัยพื้นฐานของกองทรัสต์ ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด และการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ลงทุนควรใช้ประกอบการพิจารณา

นางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า WHART เป็นอีกหนึ่งทางเลือก การลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระแสรายได้จากเงินปันผลในระยะยาว ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากการลงทุนในทรัพย์สินประเภทคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าคุณภาพ ในทำเลยุทธศาสตร์ มีฐานผู้เช่าที่มีคุณภาพและมีความหลากหลาย รวมถึงมีประวัติการดำเนินงานและการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองทรัสต์มีอันดับเครดิตในระดับ A และได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและฐานธุรกิจของ WHA Group ซึ่งช่วยสนับสนุนศักยภาพ การเติบโตของกองทรัสต์ในระยะยาว
สำหรับการเพิ่มทุนครั้งนี้ WHART จะออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนในมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1,416 ล้านบาท โดยภายหลังการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมคาดว่ากองทรัสต์จะมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนต่อหน่วยประมาณ 0.783 บาทต่อหน่วย อ้างอิงจากงบกำไรขาดทุนและ การจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนตามสถานการณ์สมมติสำหรับรอบระยะเวลา 12 เดือน ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 ซึ่งได้รับการให้ความเชื่อมั่นโดยบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด หรือ คิดเป็นประมาณการอัตราจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนประมาณ 7.05% ต่อปี (คำนวณจากราคาเสนอขายสูงสุดที่ 11.10 บาทต่อหน่วย) และด้วยศักยภาพในการสร้างกระแสรายได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับคุณภาพทรัพย์สินและปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง WHART จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับการสร้างกระแสรายได้และกระจายพอร์ตในระยะยาว
สำหรับรายละเอียดการจองซื้อ ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อ สามารถจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 21–25 กันยายน 2569 ที่ราคาเสนอขายสูงสุด 11.10 บาทต่อหน่วย และหากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด ผู้จองซื้อจะได้รับคืนส่วนต่างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ส่วนการเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป หรือ Public Offering จะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 1 ตุลาคม 2569 ที่ราคาเสนอขายสุดท้าย ซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป โดยผู้ลงทุนสามารถจองซื้อผ่านแอปพลิเคชัน K-PLUS และสาขาธนาคารกสิกรไทย ตามเงื่อนไขที่กำหนด