ส.อ.ท. ร่วมกับ อบก. และ สสว. ยกระดับ SME ไทยด้วยเครื่องหมาย CFP เสริมศักยภาพผู้ประกอบการสู่ Green Supply Chain

28 สิงหาคม 2569 18.02 น.
อ่าน 728 ครั้ง
 
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงานประชุมสัมมนาเผยแพร่ผลการดำเนิน “โครงการส่งเสริมและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทย ด้วยเครื่องหมายคาร์บอนฟุต พริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP)” เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ ห้องพีโอนี ชั้น 6 อาคารล็อบบี้ โรงแรม ทีเค พาเลส แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME สามารถประเมินและใช้ประโยชน์จากข้อมูลคาร์บอน เพื่อพัฒนาธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ และเตรียมความพร้อมสู่ Green Supply Chain
 
ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ข้อมูลคาร์บอนจึงมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เช่น Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของคู่ค้า ทำให้ผู้ประกอบการ SME จำเป็นต้องพัฒนาความสามารถในการจัดทำและบริหารข้อมูลคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน
 
ภายในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ อบก. พร้อมด้วยนางสาวนิธิวดี สมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน สสว. ร่วมกล่าวเปิดงาน และนายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change ส.อ.ท. กล่าวต้อนรับผู้บริหาร หน่วยงานภาคีความร่วมมือ และผู้ประกอบการ
 
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ อบก. กล่าวว่า “ข้อมูลคาร์บอนกำลังกลายเป็นข้อมูลสำคัญทางธุรกิจ และ SME ไทยต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้” โดย CFP ไม่ควรเป็นเพียงภาระด้านสิ่งแวดล้อมแต่สามารถเป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความน่าเชื่อถือ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ
 
ด้าน นางสาวนิธิวดี สมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน สสว. กล่าวว่า “โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงทำให้ SME ตระหนักว่าต้องปรับตัว แต่ต้องสร้างกลไกสนับสนุนที่ทำให้ SME สามารถปรับตัวได้จริง” โดยการสนับสนุนต้องเชื่อมโยงตั้งแต่องค์ความรู้ ข้อมูล การปรับปรุงธุรกิจ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
 
ขณะที่ นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า “หากภาคอุตสาหกรรมไทยต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันให้ได้ SME จะต้องก้าวผ่านไปด้วยกัน” พร้อมเน้นว่า “การเตรียมความพร้อมของ SME ต้องเชื่อมโยงทั้งการจัดทำ CFP การลดคาร์บอน การลงทุน แหล่งเงินทุน และเครื่องมือสนับสนุน” เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าสู่ Green Supply Chain ได้จริง
 
จากนั้น ดร.สนธยา กริชนวรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรม ส.อ.ท. ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวรายงานภาพรวมและผลการดำเนินงาน โดยระบุว่าโครงการมุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนและนำไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยการดำเนินงานภายใต้โครงการครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. การพัฒนาศักยภาพบุคลากร SME จำนวน 80 คน เพื่อให้มีความรู้และทักษะในการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ

2. การส่งเสริมผู้ประกอบการในการประเมิน CFP ตลอดจนการทวนสอบเพื่อขอรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จำนวน 14 ผลิตภัณฑ์ จาก 14 สถานประกอบการ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความรู้ ประสบการณ์และความพร้อมในการจัดทำข้อมูลคาร์บอนของผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ

3. การนำผลการประเมิน CFP มาประกอบการทดสอบและพัฒนา CFP/CBAM Platform โดยใช้ข้อมูลจากการดำเนินงานจริงในการทดสอบระบบ เปรียบเทียบผลการประเมิน และนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแพลตฟอร์มให้สามารถสนับสนุนการจัดการข้อมูลคาร์บอนของผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถประเมิน วิเคราะห์ และบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนได้ด้วยตนเอง รวมถึงต่อยอดการใช้งานในอนาคต

4. การศึกษากลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุน SME สู่ Green Supply Chain เพื่อศึกษาแนวทางและเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมสำหรับสนับสนุนการปรับปรุงกระบวนการผลิต การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำทั้ง 4 ด้านมุ่งสร้างทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือ และกลไกสนับสนุนที่จำเป็น เพื่อให้ SME สามารถนำข้อมูลคาร์บอนไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
 
ภายในงานมีพิธีมอบประกาศเกียรติบัตรแก่ 14 สถานประกอบการ 14 ผลิตภัณฑ์ ที่เข้าร่วมกระบวนการประเมิน CFP ได้แก่

1. บริษัท แกรนดี้อินเตอร์เทรด จำกัด 2.บริษัท โคเซล (ประเทศไทย) จำกัด
3. บริษัท ซีไอจี บลูโซลูชั่นส์ จำกัด 4. บริษัท ดี.ซี.แอล. พลาสติก จำกัด
5. บริษัท บีเอ็นเอส อุตสาหกรรมไม้ จำกัด 6. บริษัท เมกก้าคลีน โปรดักส์ จำกัด
7. บริษัท แม่กลองคอนกรีต จำกัด 8. บริษัท วาสเซอร์แคร์ จำกัด
9. บริษัท เวิลด์เพ็ท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 10. บริษัท แสงชัยอินโนเวชั่น จำกัด
11. บริษัท สินเจริญ วีเนียร์ แอนด์ พลายวู้ด จำกัด 12. บริษัท สหศิลป์ รีเวทอินดัสเทรียล จำกัด
13. บริษัท อุตสาหกรรมสเตนเลสเคหภัณฑ์ จำกัด 14. บริษัท เอดับบลิวดี อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด
 
พร้อมกันนี้ ภายในงานมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และผลการประเมิน CFP ของสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเผยแพร่ตัวอย่างการนำข้อมูลคาร์บอนไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต ตลอดจนเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม
 
นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวทีเสวนาหัวข้อ “การยกระดับ SME ไทยด้วยเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ กลไกทางการเงิน และเครื่องมือสนับสนุน เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ Green Supply Chain” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการใช้ข้อมูล CFP การเตรียมความพร้อมต่อมาตรการด้านคาร์บอน การพัฒนาธุรกิจ และการเข้าถึงเครื่องมือและกลไกทางการเงิน โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่

1. นางสาวพวงพันธุ์ ศรีทอง ผู้จัดการ สำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ อบก.
2. นางสาวนิธิวดี สมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน สสว.
3. นางสาวอาย์ลิสา ฤทัยทวีทรัพย์ Business Development Director บริษัท สหศิลป์ รีเวทอินดัสเทรียล จำกัด
4. นางสาวมนธิดา มาลาบุปผา Business Development Manager บริษัท แกรนดี้ อินเตอร์เทรด จำกัด
 
 
 
 
การดำเนินโครงการครั้งนี้ สะท้อนความร่วมมือของ ส.อ.ท. อบก. และ สสว. ในการสร้างระบบสนับสนุนให้ SME ไทยสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และกลไกที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับแนวทาง 5I ของ ส.อ.ท. โดยเฉพาะ I1: Intelligent Industry ผ่านการใช้ CFP/CBAM Platform สนับสนุนการจัดการข้อมูลคาร์บอน I2: Innovation & Creative Industry ผ่านการนำข้อมูล CFP ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต I3: International Alliance & Network ผ่านการเตรียมความพร้อมต่อ CBAM และการเชื่อมโยงข้อมูลกับคู่ค้า และ I5: Inclusive Sustainability ผ่านการส่งเสริมให้ SME เข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และกลไกทางการเงินเพื่อความยั่งยืน
 
โครงการจึงไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้ประกอบการมีข้อมูล CFP แต่เป็นการสร้างความสามารถในการประเมิน ใช้ประโยชน์ และต่อยอดข้อมูลคาร์บอนเพื่อพัฒนาธุรกิจ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านการค้า การเข้าถึงแหล่งทุน และการเชื่อมโยงกับคู่ค้าใน Green Supply Chain อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทยและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
- Advertisement -
- Advertisement -

RELATED

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Lasted

  • ส.อ.ท. ร่วมกับ อบก. และ สสว. ยกระดับ SME ไทยด้วยเครื่องหมาย CFP เสริมศักยภาพผู้ประกอบการสู่ Green Supply Chain
    28 ส.ค. 2569 18.02 น.
  • GULF ชวนเยาวชนสวมบท “นักสืบสายลม - สายน้ำ” แกะรอยระบบนิเวศนอกห้องเรียน ปลูกฝังคนเจนใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบชุมชน
    28 ส.ค. 2569 17.33 น.
  • “กกพ.” วางรากฐานเยาวชนไทย รู้เท่าทันโลกพลังงาน เดินหน้า “Energy Literacy” ปูความรู้–สร้างภูมิคุ้มกัน ขยายผลทั่วประเทศ
    28 ส.ค. 2569 17.13 น.
  • “BCPG” ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งแรกปี 69
    28 ส.ค. 2569 17.07 น.
  • GGC จับมือ CP AXTRA "เปลี่ยนน้ำมันใช้แล้ว" สู่มูลค่าใหม่ ศึกษาเก็บ 5 หมื่นลิตร/ปี ต่อยอด SAF - เคมีชีวภาพ หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
    28 ส.ค. 2569 12.16 น.

Most Viewed

  • EGCO Group Fully Moves Forward, Allocating over 150-billion-baht budget within 5 years
    04 มี.ค. 2564 18.32 น.
  • "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี
    20 มิ.ย. 2566 21.47 น.
  • 54 ปี กฟผ. เดินหน้าผลิตไฟฟ้าสีเขียว รุกขยายโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน
    01 พ.ค. 2566 09.50 น.
  • ‘ผลิต-ไฟฟ้าลาว’ มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น รับดีมานด์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่ม
    03 พ.ค. 2566 13.56 น.
  • แม่ฮ่องสอน..สู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียว ชู "โซลาร์ฟาร์มสมาร์ทกริด" พร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ววันนี้
    25 พ.ค. 2566 17.14 น.