กรุงเทพฯ กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางการหารือด้านพลังงานของโลก เมื่อประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 เวทีระดับนานาชาติด้านก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ไฮโดรเจน เทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งงานครั้งนี้ได้รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก มาร่วมกำหนดทิศทางพลังงานแห่งอนาคตด้วยกัน
ในช่วงเวลาที่โลกต้องเผชิญความท้าทายที่เพิ่มขึ้นทั้งในด้านความมั่นคงทางพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น ก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นที่ยอมรับว่าเป็นพลังงานสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากระบบพลังงานแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบพลังงานอนาคตคาร์บอนต่ำอย่างสมดุล
หนึ่งในบริษัทที่จะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์บนเวที Gastech 2026 คือ Black & Veatch บริษัทด้านวิศวกรรม การจัดซื้อ การให้คำปรึกษา และการก่อสร้างระดับโลก ที่ดำเนินธุรกิจด้านนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืนมายาวนานกว่า 110 ปี และมีบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2510

ก๊าซธรรมชาติ ยังเป็นเสาหลักสำคัญของระบบพลังงาน
แม้ว่าพลังงานหมุนเวียนจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ระบบไฟฟ้าในปัจจุบันยังต้องอาศัยแหล่งพลังงานที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
ก๊าซธรรมชาติจึงยังคงมีบทบาทสำคัญยิ่ง ทั้งในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าระดับปานกลาง (Intermediate Load) และในฐานะแหล่งผลิตไฟฟ้าพื้นฐาน (Base-load) ที่ช่วยจ่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติยังสามารถปรับเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตได้ตามความต้องการของระบบ จึงช่วยรักษาสมดุลและเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงที่การผลิตจากพลังงานหมุนเวียนมีความผันผวน
แม้พลังงานหมุนเวียนจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในสัดส่วนพลังงาน แต่ยังจำเป็นต้องอาศัยระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพในระดับที่เพียงพอต่อความต้องการพื้นฐานของระบบ ด้วยเหตุนี้ ก๊าซธรรมชาติจึงยังทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานที่ยืดหยุ่นต่อความผันผวนและสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานได้
ระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ คุ้มค่า และทนทานต่อความผันผวน ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ก๊าซธรรมชาติจึงมีส่วนช่วยให้ประเทศต่าง ๆ รองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษาความน่าเชื่อถือและความสามารถในการเข้าถึงพลังงานได้ในราคาที่เหมาะสม
ความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมก๊าซในปัจจุบัน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่อุตสาหกรรมก๊าซทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ คือความจำเป็นในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถนำแหล่งก๊าซใหม่เข้าสู่ระบบได้รวดเร็ว ยืดหยุ่น และคุ้มค่ามากขึ้น
ท่ามกลางข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานและระยะเวลาดำเนินโครงการขนาดใหญ่ ผู้พัฒนาโครงการจึงหันมาให้ความสำคัญกับแนวทางแบบสำเร็จรูปแล้วนำมาประกอบกัน (Modular) ซึ่งสามารถสร้างและย่นระยะเวลาในการนำมาใช้งานได้
โรงงานผลิตและจัดเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวแบบลอยน้ำ (Floating LNG หรือ FLNG) เป็นหนึ่งในตัวอย่างของโซลูชันที่ตอบโจทย์ดังกล่าว โดยโรงงานผลิตและจัดเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวแบบลอยน้ำนี้ช่วยให้สามารถนำก๊าซจากแหล่งนอกชายฝั่งมาผ่านกระบวนการทำให้เป็นของเหลวได้ในบริเวณที่อยู่ใกล้กับแหล่งผลิต
โครงการ FLNG จำนวนมากได้รับการออกแบบให้สามารถเคลื่อนย้ายได้ จึงรองรับการพัฒนาแหล่งก๊าซในช่วงเวลาที่สั้นลง และสามารถย้ายไปใช้งานในพื้นที่อื่นได้ภายหลัง โดยใช้ต้นทุนและระยะเวลาดำเนินการน้อยกว่าการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ทั้งหมด แนวทางนี้ยังช่วยเปิดเส้นทางขนส่งจากแหล่งก๊าซ ที่ก่อนหน้านี้อาจจะยังไม่คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์สำหรับการพัฒนาด้วย
Black & Veatch สนับสนุนการพัฒนาโครงการ FLNG ผ่านเทคโนโลยี PRICO® สำหรับกระบวนการทำก๊าซธรรมชาติให้เป็นของเหลว ซึ่งเป็นระบบ Modular Single Mixed Refrigerant Process ที่สามารถขยายขนาดได้ตามความต้องการและผลิตนอกพื้นที่โครงการได้ จึงช่วยย่นระยะเวลาดำเนินงาน เทคโนโลยีดังกล่าวกำลังถูกนำมาใช้งานอยู่ในครึ่งหนึ่งของโครงการ FLNG จำนวน 14 แห่งที่กำลังก่อสร้างหรือเปิดใช้งานอยู่ทั่วโลกในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมที่มีต่อศักยภาพของเทคโนโลยีนี้
ความเชี่ยวชาญตลอดห่วงโซ่ LNG-to-Power
ความโดดเด่นของ Black & Veatch ไม่ได้จำกัดอยู่ที่เทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง แต่ครอบคลุมบริการด้านการให้คำปรึกษา วิศวกรรม และการก่อสร้างตลอดห่วงโซ่ LNG-to-Power ตั้งแต่สถานีรับและแปรสภาพก๊าซ LNG ไปจนถึงโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการเชื่อมต่อกับเชื้อเพลิงทางเลือก พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัยอีกด้วย
บริษัทมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมขนาดใหญ่หลายแห่งในประเทศไทย ในระดับภูมิภาค Black & Veatch ยังได้รับความไว้วางใจให้มีส่วนร่วมในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติทั้งที่แล้วเสร็จและอยู่ระหว่างดำเนินการในไต้หวัน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยบางโครงการครอบคลุมการบูรณาการระบบเข้ากับสถานีรับและแปรสภาพก๊าซ LNG ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน
อย่างไรก็ตาม อนาคตของโครงสร้างพื้นฐานก๊าซไม่ได้ขึ้นอยู่กับการก่อสร้างโครงการใหม่เพียงอย่างเดียว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและค่าใช้จ่ายในการลงทุนในปัจจุบัน เจ้าของโครงการจำนวนมากให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพ การปรับปรุงให้ทันสมัย และการยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์เดิมให้มากขึ้น
Black & Veatch จึงให้บริการครอบคลุมทั้งการดูแลสินทรัพย์ตลอดอายุการใช้งาน การบริหารสินทรัพย์ เทคโนโลยีการดำเนินงาน และโซลูชันดิจิทัล เพื่อช่วยให้เจ้าของโครงการสร้างประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ได้มากขึ้น โดยคำนึงถึงความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
รากฐานที่แข็งแกร่งในประเทศไทย
Black & Veatch มีประวัติการดำเนินงานในประเทศไทยมายาวนานเกือบ 60 ปี โดยโครงการแรกในประเทศไทยคือการออกแบบโรงไฟฟ้าขนาด 200 เมกะวัตต์ให้กับการไฟฟ้ายันฮีในปี 2510 ซึ่งในขณะนั้นเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และช่วยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศให้เป็นสองเท่า
ปัจจุบัน บริษัทมีพนักงานมากกว่า 1,500 คนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 250 คนประจำอยู่ในประเทศไทย โดยทีมวิศวกรในไทยมีส่วนสนับสนุนโครงการทั้งภายในประเทศ ระดับภูมิภาค และตลาดอื่นทั่วโลก
ประสบการณ์ดังกล่าวช่วยให้ Black & Veatch เข้าใจทั้งบริบทของระบบพลังงานในประเทศไทยและความเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาค ขณะเดียวกัน ความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมตลอดวงจรของโครงการยังช่วยให้บริษัทสามารถเชื่อมโยงเป้าหมายด้านความมั่นคงทางพลังงาน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกันได้อย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือเพื่ออนาคตพลังงานที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง
ภายใต้พันธกิจ "Building a World of Difference®" Black & Veatch ยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนความมั่นคงทางพลังงาน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การเข้าร่วม Gastech 2026 ในประเทศไทยจึงไม่ได้สะท้อนเพียงบทบาทของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงความสำคัญของนวัตกรรมและความร่วมมือตลอดห่วงโซ่ก๊าซ ตั้งแต่การนำแหล่งก๊าซเข้าสู่ระบบ การผลิตและการขนส่ง LNG ไปจนถึงการผลิตไฟฟ้า การดักจับคาร์บอน และการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบอื่น
ในช่วงเวลาที่โลกต้องสร้างสมดุลระหว่างความต้องการพลังงาน ความสามารถในการเข้าถึงพลังงานในราคาที่จับต้องได้ และเป้าหมายด้านการลดคาร์บอน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างระบบพลังงานที่มั่นคง ยืดหยุ่น และพร้อมรองรับอนาคตของประเทศไทย อาเซียน และเศรษฐกิจโลก
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Black & Veatch ภายในงาน Gastech 2026 สามารถดูรายละเอียดได้ที่ : https://www.bv.com/events/gastech?utm_campaign=natural_gas-fnr-lng-noia-26-100417&utm_id=26-100417&…