บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ผนึกกำลังยกระดับความร่วมมือระหว่างรัฐวิสาหกิจไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ หวังยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กร พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างคุณค่าร่วมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
การลงนามครั้งนี้มี นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ ปตท. และนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด ทอท. ร่วมลงนาม โดยมีนางสุชีลา สุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารและพัฒนาการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ ปตท. และนางศรัญญา บุณยวัทน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานยุทธศาสตร์) ทอท. ร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือดังกล่าวต่อยอดจากการดำเนินงานภายใต้ โครงการคู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ โดยมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างองค์กร เพื่อนำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลอดจนร่วมกันริเริ่มโครงการเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถสร้างประโยชน์และคุณค่าร่วมในระยะยาว
สำหรับกรอบความร่วมมือครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
ร่วมกันพัฒนาแนวทางด้านพลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาทักษะและศักยภาพของบุคลากร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคต
ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางและมาตรฐานด้านความปลอดภัย ตลอดจนการบริหารจัดการและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มความพร้อมและความเชื่อมั่นในการดำเนินงาน
นำเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบวิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับการบริหารจัดการ และสนับสนุนการตัดสินใจขององค์กรบนพื้นฐานข้อมูล
หนึ่งในประเด็นสำคัญของความร่วมมือ คือ การบริหารจัดการน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ความร่วมมือระหว่าง ปตท. และ ทอท. จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผนึกกำลังรัฐวิสาหกิจไทยในการนำจุดแข็ง องค์ความรู้ และเทคโนโลยีของแต่ละองค์กรมาเสริมพลังซึ่งกันและกัน พร้อมต่อยอดสู่โครงการที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ และสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังตอกย้ำบทบาทของรัฐวิสาหกิจในการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และร่วมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว