บริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประสบความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม (Wellhead platform) กลับมาใช้งานใหม่ทั้งโครงสร้าง ภายใต้โครงการ Total Wellhead Platform Reuse อย่างปลอดภัย ความสำเร็จนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของเชฟรอนในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาแหล่งผลิต ลดต้นทุน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม
โครงการนี้เป็นการนำโครงสร้างส่วนบน (Topside) และขาแท่น (Jacket) ของแท่นหลุมผลิตเบญจมาศวี (BEWV) ที่เสร็จสิ้นการใช้งานแล้วในแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข B8/32 กลับมาใช้เป็นแท่นหลุมผลิตใหม่ที่แท่นหลุมผลิตชบาบี (CBWB) ในแปลงสำรวจเดียวกัน การดำเนินงานดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และผ่านการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเสร็จสิ้นการดำเนินงานในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และมีแผนจะเริ่มต้นการผลิตในปี พ.ศ. 2570

นายชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “จากวันแรกที่เชฟรอนเป็นบริษัทพลังงานรายแรกที่ประสบความสำเร็จในการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย เชฟรอนยังคงเดินหน้าคิดค้นและริเริ่มเทคโนโลยี ตลอดจนแนวทางการดำเนินงานใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาแหล่งพลังงานของไทยอย่างต่อเนื่อง อาทิ การนำเทคนิคการขุดเจาะหลุมแนวนอนมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาแหล่งผลิต ในปี 2542 การเปิดศูนย์ควบคุมการปฏิบัติงานของแท่นผลิต หรือ Integrated Operations Center (IOC) แห่งแรกของไทย ในปี 2565 รวมถึงการนำเรือไตรมารันเข้ามาใช้ในการขนส่งพนักงานออฟชอร์เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมในปี 2569 และความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่ทั้งโครงสร้างครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดค่าใช้จ่าย และช่วยเปิดโอกาสในการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมขนาดเล็กในอ่าวไทยได้อย่างคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของเชฟรอนในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งการนำแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่นั้นช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงราว 4,280 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากการหลีกเลี่ยงกิจกรรมการรื้อถอนแท่นเดิมและการก่อสร้างแท่นใหม่ รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

“ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากพลังของทีมงานเชฟรอนและพันธมิตรทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันใช้ความเชี่ยวชาญ ความมุ่งมั่น และวัฒนธรรมความปลอดภัยของเราในการผลักดันโครงการนี้จนสำเร็จลุล่วง เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง เมื่อขับเคลื่อนด้วยศักยภาพของคนและการทำงานร่วมกันเป็นทีม”
โครงการ Total Wellhead Platform Reuse นี้ ต่อยอดจากโครงการนำส่วนบนของแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ หรือ Topside Reuse ที่เชฟรอนได้คิดค้นและเริ่มดำเนินการในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ปัจจุบัน เชฟรอนได้นำส่วนบนของแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่แล้ว 14 แท่น และเมื่อรวมกับโครงการนำแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่ทั้งโครงสร้างครั้งนี้ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวมกว่า 27,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งสะท้อนผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม