"บางจาก" เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 รักษาความต่อเนื่องด้านพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก

14 พฤษภาคม 2569 18.03 น.
อ่าน 262 ครั้ง

 

กลุ่มบริษัทบางจาก รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้จากการขาย และการให้บริการ 142,528 ล้านบาท และ EBITDA 17,795 ล้านบาท มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท

โดยบริษัทฯ สามารถบริหารการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานภายใต้สถานการณ์ตลาดพลังงานโลกที่ผันผวน ตามความตึงตัวของอุปทาน และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทำสถิติการผลิตเฉลี่ยที่ระดับ 279,800 บาร์เรลต่อวัน และมีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวม 3,700 ล้านลิตร ซึ่งเป็นระดับสูงสุด 

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งบริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแผนธุรกิจให้เหมาะสม

 

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 กลุ่มบริษัทบางจากยังคงยืนหยัดทำหน้าที่สนับสนุนความต่อเนื่องในการจัดหาและส่งมอบพลังงานของประเทศ และด้วยความมุ่งมั่น ในการจัดหาน้ำมันดิบที่มีคุณภาพจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ส่งผลให้ในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระดับที่จำกัด

อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวและความไม่แน่นอนของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ต้นทุนน้ำมันดิบ ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ (Crude Premium) ต้นทุนค่าขนส่งและประกันภัยปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความเสี่ยงจากภาวะสงคราม (War Risk Premium) ซึ่งบริษัทฯ จะทยอยรับรู้ผลกระทบตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้พยายามอย่างเต็มความสามารถในการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติม รวมถึงจัดหาจากแหล่งใหม่ ๆ เพื่อรักษาอัตราการกลั่นและรองรับความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศ โดย ณ ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้จัดหาน้ำมันดิบไปแล้วถึงเดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิดและปรับแผนการดำเนินงานอย่างทันท่วงที เพื่อบริหารต้นทุนและความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างเหมาะสม 

ซึ่งบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภค อาทิ เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับภาคขนส่ง ภาคประมง และภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการดำเนินโครงการ “Fry to Fly - 2 ลิตร แลก 1 ลิตร” ภายใต้แนวคิด “น้ำมันครัวแลกน้ำมันรถ” เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค

อีกทั้งยังได้รับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาด 700,000 บาร์เรล ซึ่งเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย สู่ท่าเรือโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาตามแผน รวมถึงสนับสนุนการจัดหาวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิต และมีกำหนดส่งมอบผลิตภัณฑ์เป็นครั้งแรกภายในเดือนพฤษภาคม 2569

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทบางจากยังรับรู้ผลจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง (Recurring Synergy) และรับรู้ผลประโยชน์จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง รวมประมาณ 2,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ 1,800 ล้านบาท จากการบริหารการจัดหาและสั่งซื้อน้ำมันดิบ รวมถึงการบริหารกำลังการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชา พร้อมทั้งขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการเข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้น Chevron Hong Kong Limited (“CHK”) ในสัดส่วนร้อยละ 100

ซึ่งประกอบไปด้วยสถานีบริการน้ำมันจำนวน 31 แห่ง พร้อมคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ เพื่อสนับสนุนการบริหารธุรกิจโรงกลั่น การค้าน้ำมัน และธุรกิจการตลาดในระยะยาว ตลอดจนรองรับการพัฒนาธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรแบบครบวงจร ซึ่งคาดว่าธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 กลุ่มบริษัทบางจากมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปีก่อน มี EBITDA 17,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 94 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับปีก่อน มีกำไรสุทธิจาก การดำเนินงานปกติ (ที่ไม่รวมรายการพิเศษ) 953 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากรวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาส บริษัทฯ มีกำไร ส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 4.17 บาท

 

ทางด้าน นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2569 และปัจจัยบวกสำคัญของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ

ธุรกิจโรงกลั่น มี EBITDA 10,245 ล้านบาท ปรับสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 100 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อน จากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งการเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ระดับ 279,800 บาร์เรลต่อวัน  ค่าการกลั่นพื้นฐานที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 18.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ตาม Crack Spread ในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานที่ปรับเพิ่มขึ้นจากภาวะอุปทานที่ตึงตัวในเดือนมีนาคม อันเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมทั้งการรับรู้ Inventory Gain ของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ เทียบเท่า 8,299 ล้านบาทตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม

ธุรกิจการตลาด มี EBITDA 1,563 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมสูงสุด 3,700 ล้านลิตร จากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกตามความต้องการใช้น้ำมันที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาน้ำมันและภาวะขาดแคลนน้ำมัน ขณะที่ตลาดอุตสาหกรรมมีปริมาณการจำหน่ายโดยรวมใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยบวกจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือเดินสมุทร (Marine Fuels) จากการขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรม

ณ สิ้นไตรมาส มีสถานีบริการรวม 2,217 สถานี จุดชาร์จ EV กว่า 592 สถานี มีส่วนแบ่งทางการตลาดผ่านสถานีบริการที่ระดับ 27.7% และยังคงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงทั้ง Premium 97 และ Premium Diesel ผ่านการขยาย Network Coverage ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดน้ำมันพรีเมี่ยมกว่า 18.6% นอกจากนี้ บางจากฯ ยังได้เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 โดยมีจุดจำหน่ายผ่านเครือข่ายสถานีบริการ 40 สถานี ขณะที่ธุรกิจ Retail Experience ยังคงขยายการให้บริการ โดยร้านกาแฟอินทนิลมีจำนวน 1,187 สาขา

ธุรกิจพลังงานชีวภาพ มี EBITDA 408 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 68 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และร้อยละ 42 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลและไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้พลังงาน รวมถึงมาตรการภาครัฐในการปรับเพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมันดีเซลพื้นฐานจาก B5 เป็น B7 ขณะที่การบริหารจัดการวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์พลอยได้ช่วยสนับสนุนการปรับตัวของกำไรขั้นต้น

กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน

กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน มี EBITDA 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และร้อยละ 33 เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ปริมาณการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงจากการชะลอตัวของธุรกรรมภายนอก

กลุ่มบริษัทบางจาก (Out‑Out) จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี ปริมาณการซื้อขายภายในกลุ่มยังสามารถขยายตัวได้ตามกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน ได้ร่วมกับ Quantum Global Group จัดทำสัญญาเช่าเรือแบบระยะยาว (Vessel Time Charter Contract) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการและลดต้นทุนด้าน Logistics และต่อยอดเพิ่มรายได้จาก Freight Trading 

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ

มี EBITDA 4,308 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 100 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ปรับเพิ่มขึ้น ตามสถานการณ์พลังงานโลกและความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว รวมทั้งปริมาณการผลิตและปริมาณการจำหน่ายปรับเพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายมากกว่ากำลังผลิตตามสัญญา (Overlift) ของแหล่ง Brage และ Draugen ตามแผนบริหารการขาย และการเริ่มผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของหลุมผลิต Talisker East ในพื้นที่แหล่งผลิต Brage ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา

กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน

มี EBITDA 1,396 ล้านบาท ปรับลดลงร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 55 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ใน สปป. ลาว ได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านฤดูกาล ด้านโครงการคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในประเทศไทย มีปริมาณการใช้ถังเก็บน้ำมันเทียบเท่ากับไตรมาสก่อนจากสัญญาเช่าแบบคงที่ ขณะที่ปริมาณการใช้ท่อเพื่อขนถ่ายน้ำมันลดลงจากการใช้บริการขนถ่ายน้ำมันของลูกค้าลดลง

ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 642 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงฤดูหนาวและจำนวนวันการปิดซ่อมบำรุงที่ลดลง ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย มีรายได้รวมสูงขึ้นจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และมีการรับโอนหุ้นโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา ขนาดกำลังการผลิต 17.5 เมกะวัตต์ ในส่วนของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทย มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากกำลังลมที่สูงขึ้น

สำหรับฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 กลุ่มบริษัทบางจากมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 23,788 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ 0.91 เท่า พร้อมคงอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ของบริษัท ที่ระดับ “A+” และแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” หรือ “Stable” จากทริสเรทติ้ง

- Advertisement -
- Advertisement -

RELATED

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Lasted

  • SPRC ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย
    14 พ.ค. 2569 19.19 น.
  • “เอกนัฏ“ รับจบ แก้ปัญหาโซลาร์บ้านปชช.ไม่ได้มาตรฐาน สั่งหน่วยงานช่วยเหลือ ยกระดับความปลอดภัย
    14 พ.ค. 2569 19.10 น.
  • 10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยผนึกกำลัง ยื่นข้อเสนอ 8 มาตรการฉุกเฉิน เตือนวิกฤต “หน้าผาอุตสาหกรรม” ในปี 2570
    14 พ.ค. 2569 18.27 น.
  • "บางจาก" เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 รักษาความต่อเนื่องด้านพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก
    14 พ.ค. 2569 18.03 น.
  • อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย Transform สู่อนาคต เปิดเวทีระดับโลก Future Mobility Thailand 2026
    14 พ.ค. 2569 17.35 น.

Most Viewed

  • EGCO Group Fully Moves Forward, Allocating over 150-billion-baht budget within 5 years
    04 มี.ค. 2564 18.32 น.
  • "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี
    20 มิ.ย. 2566 21.47 น.
  • 54 ปี กฟผ. เดินหน้าผลิตไฟฟ้าสีเขียว รุกขยายโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน
    01 พ.ค. 2566 09.50 น.
  • ‘ผลิต-ไฟฟ้าลาว’ มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น รับดีมานด์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่ม
    03 พ.ค. 2566 13.56 น.
  • แม่ฮ่องสอน..สู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียว ชู "โซลาร์ฟาร์มสมาร์ทกริด" พร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ววันนี้
    25 พ.ค. 2566 17.14 น.