บางจาก เผยซื้อหุ้น Chevron Hong Kong ลงทุน 270 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดแล้วเสร็จกลางปี 69

17 กุมภาพันธ์ 2569 19.10 น.
อ่าน 372 ครั้ง
 

บางจากฯ เผยผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 507,570 ล้านบาท EBITDA 35,753 ล้านบาท มีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,880 ล้านบาท (กำไรหลัก 10,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67 % จากปีก่อน) พร้อมรับรู้ Synergy รวม 7,300 ล้านบาท จากการผสานการทำงานของธุรกิจในกลุ่ม และการบริหารการผลิตที่มีประสิทธิภาพ โรงกลั่นบางจากพระโขนงและศรีราชาทำสถิติอัตราการกลั่นสูงสุดเฉลี่ย 279,700 บาร์เรล/วัน แม้เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบต่ำและผลขาดทุนสินค้าคงคลัง รวมถึงเสริมความมั่นคงทางการเงินและโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยยังคงเน้น ESG อย่างต่อเนื่อง และพร้อมขยายธุรกิจพลังงานใหม่ควบคู่กับฐานเดิมเพื่อรองรับการเติบโตในปี 2569 

 

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เปิดเผยว่า ปี 2568 กลุ่มบริษัทบางจากมีรายได้จากการขายและบริการรวม 507,570 ล้านบาท Accounting EBITDA อยู่ที่ 35,753 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ (PAT) 2,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) 10,240 ล้านบาท โครงสร้าง EBITDA แบ่งตามกลุ่มธุรกิจ โดยมีกลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ 43% กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน 24% กลุ่มธุรกิจการตลาด 16% กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด 14% และกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ 3%

 

โดยในปี 2568 รับรู้ผลประโยชน์จาก Synergy มูลค่า 3 พันล้านบาท รับรู้ Synergy ต่อเนื่อง สะท้อนแนวคิด “Together to Greater” BSRC เพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ และบางจากถือหุ้น 7% รวมโครงสร้างและการดำเนินงานของ BSRC เข้ากับกลุ่มบริษัทบางจากแล้วเสร็จ รับเรือบรรทุกน้ำมันดิบ VLCC ลำแรกที่โรงกลั่นศรีราชา รับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) ได้เป็นครั้งแรก ผ่านระบบทุ่นรับน้ำมันกลางทะเล สถิติการกลั่นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปริมาณการกลั่นรวมของโรงกลั่นทั้ง 2 แห่งเกือบ 280,000 บาร์เรลต่อวัน ในไตรมาส 4/2568 โดยโรงกลั่น 2 แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรอง ISO 55001 ก้าวสำคัญในด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างยั่งยืน

 

นอกจากนี้ การขยายธุรกิจในปี 2569 ผ่านโครงสร้างธุรกิจใหม่ จากกลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน โดยมี EBITDA เติบโต 25%จาก 800 ล้านบาทในปี 2568 เป็นมากกว่า 1,000 ล้านบาทในปี 2569 จากกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดยมีปริมาณการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นราว 50% จากประมาณ 32,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในปี 2568 เป็นประมาณ 50,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในปี 2569 จากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ โดยมีปริมาณการกลั่นเพิ่มขึ้นในปี 2569 (ประมาณการ):จาก 264,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2568 เป็นประมาณ 275,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2569 มีค่าการกลั่นพื้นฐาน (GRM) อยู่ในระดับแข็งแกร่ง: ปี 2568 อยู่ที่ 7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปี 2569 คาดว่าอยู่ในช่วง 6–6.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยมี EBITDA จากการเข้าซื้อ Chevron Hong Kong ที่จะเริ่มสร้างให้กลุ่มบริษัทบางจาก: ประมาณ 750–1,000 ล้านบาทในปี 2569 จากกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน โดยธุรกิจ Power & Infrastructure คาด EBITDA ปี 2569 เติบโตประมาณ 10% จากการปรับพอร์ตเพื่อเพิ่มมูลค่า ขยายการเติบโตจากโครงสร้างพื้นฐาน (พลังงาน สาธารูปโภค ดิจิทัล) และการหมุนเวียนเงินลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนและรองรับการลงทุนใหม่ ทั้งนี้ โรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ ผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง หนุนรายได้เฉลี่ยต่อกำลังการผลิตเพิ่มต่อเนื่อง ทั้งโครงการลม “Monsoon” เดินเครื่องเต็มปี กำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ โดย BCPG ถือหุ้น 48% และมี EVN เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้า

ด้านการสร้างมูลค่าผ่านการลงทุนและการถอนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Disciplined Portfolio Optimization) ดำเนินกลยุทธ์ปรับพอร์ตการลงทุนอย่างมีวินัยและต่อเนื่อง โดยถอนการลงทุนเหมืองลิเทียมในอาร์เจนตินา (ธ.ค. 2563) แลเถอนการลงทุนโครงการพลังงานความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซีย (มี.ค. 2565) ได้เข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ (CCGT) ในสหรัฐอเมริกา (ก.พ. 2566) และเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของบางจากศรีราชา (เดิม เอสโซ่ ประเทศไทย) (ก.ย. 2566) ยังมีการถอนการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น (มิ.ย. 2567) และเตรียมเข้าซื้อหุ้น 100% บริษัท Chevron Hong Kong (ก.พ. 2569) เพื่อยกระดับสู่ผู้ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดระดับภูมิภาคและสากล

 

 

ทั้งนี้ การเข้าซื้อหุ้นใน Chevron Hong Kong (CHK) กลุ่มบริษัทบางจากประกาศเข้าซื้อหุ้น Chevron Hong Kong Limited (CHK) ในสัดส่วน 100% จาก Chevron Companies (Greater China) Limited เป็นการขยายการลงทุนไปยังตลาดพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นก้าวสำคัญทั้งในการขยายธุรกิจต่างประเทศ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบโลจิสติกส์พลังงาน โดย CHK มีธุรกิจน้ำมันค้าปลีก น้ำมันอุตสาหกรรม น้ำมันเรือเดินสมุทร คลังน้ำมัน และสถานีบริการทั่วฮ่องกง ซึ่งภายหลังเข้าซื้อบางจากจะยังคงดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Caltex ภายใต้สัญญาเครื่องหมายการค้า การลงทุนนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “Accelerating Bangchak 100x” เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจระยะยาว

 

โครงสร้างธุรกรรมการเข้าซื้อ Chevron Hong Kong (CHK) โดย CHK ดำเนินธุรกิจค้าปลีก อุตสาหกรรม และเชื้อเพลิงทางทะเล: ให้บริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านช่องทางค้าปลีก ภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจเดินเรือ การเข้าซื้อหุ้น 100% จาก Chevron: ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นกับ Chevron Companies (Greater China) Limited มีมูลค่าการลงทุนเบื้องต้น 270 ล้านเหรียญสหรัฐ (อาจปรับตามส่วนต่างเงินทุนหมุนเวียน ณ วันที่แล้วเสร็จธุรกรรม) ทั้งนี้ ไม่ต้องขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นหรือหน่วยงานกำกับดูแล และได้รับสิทธิ์ใช้แบรนด์ Caltex จากผู้ขาย โดยแหล่งเงินทุนจากเงินกู้สถาบันการเงินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569 ภายหลังการเข้าซื้อ บริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น Bangchak Hong Kong Limited”

 

ทั้งนี้ เหตุผลเชิงกลยุทธ์ในการเข้าลงทุนใน CHK จากฐานรายได้ที่มั่นคงและมีค่าการตลาดสูง ธุรกิจการตลาดในฮ่องกงมีค่าการตลาดอยู่ในระดับสูงและมีเสถียรภาพ พร้อมกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้ มีศูนย์กลางโลจิสติกส์เชิงกลยุทธ์ของภูมิภาค ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนสินค้า การบริหารสินค้าคงคลัง และการกระจายสู่ตลาดภูมิภาค มีเสถียรภาพด้านอัตราแลกเปลี่ยนและระบบกฎหมายที่เข้มแข็ง มีค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ระบบกฎหมายและหลักนิติธรรมช่วยเสริมความมั่นคงด้านการลงทุนและการดำเนินงานระยะยาว

 

นอกจากนี้ มีการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจการค้าน้ำมัน ขยายแพลตฟอร์มการค้าน้ำมันและการเข้าถึงตลาดระดับภูมิภาคและสากล โดยช่องทางเชิงกลยุทธ์รองรับอุปทานในประเทศ เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยงจากภาวะผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปส่วนเกินในประเทศ โดยมีกรอบเวลาการดำเนินธุรกรรม (Indicative Timeline) ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้น 100% (SPA Signing) ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้น เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 คาดว่าจะแล้วเสร็จธุรกรรม (Expected Completion) คาดว่าการทำรายการจะแล้วเสร็จภายในช่วงกลางปี 2569
 
 
 
- Advertisement -
- Advertisement -

RELATED

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Lasted

  • GULF รับรู้ Core Profit ปี 2568 จำนวน 28,776 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
    17 ก.พ. 2569 22.33 น.
  • บางจาก เผยซื้อหุ้น Chevron Hong Kong ลงทุน 270 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดแล้วเสร็จกลางปี 69
    17 ก.พ. 2569 19.10 น.
  • บางจากฯจัด "บางจากไฮพรีเมียมแก๊สโซฮอล์" คุณภาพพรีเมียม เพิ่มพลังสุดแรงม้า
    17 ก.พ. 2569 18.59 น.
  • INTERMACH 2026 จัดพร้อมอีก 4 งานอุตสาหกรรมชั้นนำ ที่ไบเทค
    17 ก.พ. 2569 01.09 น.
  • PEA คว้ารางวัลพันธมิตรยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 : The Outstanding Cooperation Award 2025
    17 ก.พ. 2569 00.59 น.

Most Viewed

  • EGCO Group Fully Moves Forward, Allocating over 150-billion-baht budget within 5 years
    04 มี.ค. 2564 18.32 น.
  • "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" คว้าสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี
    20 มิ.ย. 2566 21.47 น.
  • 54 ปี กฟผ. เดินหน้าผลิตไฟฟ้าสีเขียว รุกขยายโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน
    01 พ.ค. 2566 09.50 น.
  • แม่ฮ่องสอน..สู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียว ชู "โซลาร์ฟาร์มสมาร์ทกริด" พร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ววันนี้
    25 พ.ค. 2566 17.14 น.
  • ‘ผลิต-ไฟฟ้าลาว’ มั่นใจผลงานปีนี้เติบโตเด่น รับดีมานด์ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่ม
    03 พ.ค. 2566 13.56 น.